สรุปเทคนิค Lead Auditor OHSAS 18001

สรุปสิ่งที่ได้รับตามความเข้าใจ และเทคนิคที่เรียนรู้มานะครับ
  • OHSAS 18001 คือ ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมต้องไปอ่านเพิ่มใน Guideline 18002
  • ช่วยให้เข้าใจข้อกำหนดของ OHSAS 18001 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง, เทคนิค และจรรยาบรรณ
  • ช่วยในการวางแผนกิจกรรมความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ ประเมิน ทบทวน และ แก้ไข ได้ว่าต้องทำอย่างไร
  • นโยบาย ควรครอบคลุมสุขภาพ ความปลอดภัยของพนักงานทุกคน ผู้รับเหมา แขก ในสถานที่ทำงาน และแม้กระทั่งนอกเวลางาน ถ้างานนั้นๆ หรือบริการนั้นๆถูกกำกับโดยบริษัท
  • วินัย การตรงต่อเวลาของ Auditor เป็นเรื่องที่ขาดเสียไม่ได้ เพราะการตรวจประเมินแต่ละครั้งมีเวลาจำกัด และยังอาจมีเวลาที่เสียไปจากการพาไปกินข้าวไกลๆ กลับมาสายๆ ตรวจได้น้อยๆ (สำหรับบาง Auditee ที่จัดให้) Auditor ในสมัยก่อนต้องมีการทำงานกลางวันไปด้วยหรือเรียกว่า working lunch
  • Lead auditor ทำงานแทบทุกอย่างตั้งแต่ planning, opening meeting, closing meeting และ Final report เหนื่อยสุดๆเลยครับ
  • การ ให้ NC หรือ Non-conforming มากๆใช่ว่าจะเป็นสิ่งดีเสมอไป ไม่ใช่ว่าเราเก่ง เราเจ๋ง ต้องรู้จักแยกแยะว่า major, minor, safety หรือ observation และต้องหัดเป็นผู้ฟังที่ดีอย่านึกว่าเราแน่เสมอไป ลดตัวกูของกูลงดีกว่า
  • การ แก้ไขสถานะการเฉพาะหน้าเป็นเรื่องจำเป็น บางครั้ง Auditee อาจมี heat ขึ้น หรือต้องการเจรจาต่อรองเพื่อยกเลิก NC นั้นๆ Auditor ควรเข้าใจหลักการและศิลปะในการพูดว่าทำไมถึงเป็น NC เพราะถ้าเราทำไม่ดีแล้วบางทีอาจจะมี Complaint ไปถึงต้นสังกัดของเราได้
  • Auditor ควรมีสุนทรียวาจาที่ดีไม่ทำให้ Auditee เสียหน้าเมื่อพบหลักฐานจากการตรวจประเมินว่าเป็นเท็จ เช่น อาจพูดว่า "คุณทำได้ดีจริงๆเกือบทั้งหมดแต่คุณอาจลืมตรงนี้ไปครับ" หรือ "บางแผนกอาจไม่ได้แจ้งให้คุณรับทราบใช่มั้ยครับ" ซึ่งดีกว่าพูดว่า "ไหนคุณว่าคุณทำนี่ ทำไมมันไม่ไม่มี" หรือ "ยิ้มเยาะ ดูถูก ไม่ให้เกียรติกัน" เป็นมารยาทที่ไม่้ดีครับ ซึ่งสองประโยคนี้ผมเจอกับตัวมาจริงๆสมัยเป็น จป
  • การ Closing meeting ทุกครั้งจำเป็นต้องอธิบายให้ผู้เข้าประชุมทราบข้อสรุปทั้งหมดก่อนที่จะให้มี การสอบถาม หรือโต้แย้งเพราะว่ามันจะยาว และไม่จบซะที
  • การ ทำ Document review เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่จะทำการตรวจประเมินจริง on-site เพื่อดูว่าทุกกิจกรรมได้มีการทำจริงหรือไม่เบื้องต้น
  • Proactive (การป้องกันก่อนเกิด) เช่น Industrial hygiene, physical check-up, internal audit เป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า Reactive (การป้องกันหลังการเกิด) เช่น Incident report, การแก้ปัญหาภายหลังที่ Incident ได้เกิดขึ้นแล้ว
  • ก่อน การตรวจจริงจำเป็นต้องทราบ Culture ของบริษัทที่ให้เราไปตรวจประเมิน รู้จักว่าใครเป็น Guide ให้เรา และทราบด้วยว่าอะไรที่จำเป็นต้องตรวจเพื่อค้นหาหลักฐาน สิ่งที่ช่วยได้เป็นอย่างดี คือ การทำ Checklist จะช่วยให้เราตรวจประเมินได้ตามวัตถุประสงค์ และไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ
  • เทคนิค การตรวจที่ใช้กันมา คือ forward (การตรวจจากต้นไปผล) และ backward (การตรวจากผลมาที่ต้นเหตุ) และยังมีเทคนิคการตรวจแบบ Vertical และ Horizontal ด้วยครับ
  • การ ตรวจประเมินทุกครั้งถ้าจะใหดีควรมี Technical Expert ในเรื่องนั้นๆไปด้วยจะดีมากๆครับ เช่น safety officer หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
 
ทั้งหมดนี้คือประเด็นหลักๆที่ผมสรุปมาครับจริงๆยังมีอีกเยอะ แต่กลัวว่าจะเบื่ออ่านเสียก่อนไว้มีเวลาจะกลับมาเขียนต่อนะครับ

 


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 47,477